พ่อแม่หลายคู่สงสัยว่าของเล่นต่างๆ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กได้จริงหรือ หรือจะขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของคนใกล้ชิดที่นำพาและฝึกฝนเด็ก จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่าคุณภาพของพ่อแม่ พี่เลี้ยง และสิ่งแวดล้อมที่มีการกระตุ้นเร้าที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเด็กทั้งสิ้น ทั้ง ด้านร่างกาย ภาษา อาหาร ได้แก่ นมแม่ การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ ของเล่น การอ่านหนังสือ ฟังดนตรี รวมไปถึงการจัดให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางอารมณ์อีกด้วย
ของเล่นและการที่มีคนเข้ามาเล่นกับเด็ก นอกจากจะช่วยทำให้คนๆ นั้นรู้จักเด็กทุกด้าน เช่น สภาพร่างกาย ความคล่องของการใช้มือ ความสมดุล ความคิดอ่าน การตัดสินใจ พื้นฐานทางอารมณ์ ฯลฯ แล้ว ยังสามารถช่วยพัฒนาและฝึกสอนเด็กให้รู้จักปรับตัวเข้ากับสังคม เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น เข้าใจข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม เพิ่มการเคลื่อนไหว สื่อสารสองทาง และเรียนรู้กฎเกณฑ์ กติกาทางสังคมอีกด้วย การส่งเสริมพัฒนาการอาจจะเหมาะกับเด็กคนหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับเด็กอีกคนหนึ่ง ดังนั้น ความใกล้ชิดจะทำให้เข้าใจเด็กและพัฒนาเด็กได้เหมาะสม
ชนิดของของเล่น
ของเล่นมีหลากหลายกลุ่มและมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น
* ของเล่นเพื่อพัฒนาความคิด ใช้ความคิดเป็นส่วนประกอบในการเล่น เช่น การเล่นเกมเศรษฐี หมากรุก
* ของเล่นเพื่อฝึกฝนหน้าที่ของอวัยวะ เช่น การโยนบอล การเตะบอล การกระโดด การลากรถ การโหนบาร์
* ของเล่นเพื่อการสร้างสรรค์ เช่น การต่อบล็อกไม้ กระดาษวาดรูป ระบายสี
* ของเล่นเพื่อส่งเสริมจินตนการ เช่น บ้านตุ๊กตา หม้อข้าวหม้อแกง เพื่อสมมติขายของ สมมติเป็นพ่อแม่
* ของเล่นที่ต้องเล่นตามกติกามีกฎเกณฑ์ของการเล่นเป็นแบบแผน มีการทำตามกติกา มีแพ้ชนะ มีการปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ มีวินัย เช่น ลูกฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน เป็นต้น
พัฒนาการของเด็กตามวัย
เด็กแต่ละวัยจะเล่นแตกต่างกันตามความสามารถ และการเรียนรู้ เช่น
1. ช่วงแรกเกิดถึง 1 ปี ในช่วงแรกเกิดถึง 4 เดือน พ่อแม่จะเล่นโดยการอุ้มกอด ลูบไล้ สัมผัส อุ้ม พูดคุย มองสบตา ยิ้ม ร้องเพลงทำนองง่ายๆ ในช่วงอายุ 4-8 เดือน อาจให้ของเล่นที่เด็กจะใช้ บีบ จับ ดูด กัด เขย่า โยน ร้องเพลงกล่อมเด็ก ช่วงอายุ 8-12 เดือน เล่นจ๊ะเอ๋ ตบแผะ ซ่อนแอบสิ่งของกลิ้งลูกบอลเล่น ร้องเพลงและเล่นกับเด็กประกอบในการเล่น เช่น แมงมุมขยุ้มหลังคา ปูไต่ จับปูดำ
2. ช่วง 1-3 ปี สามารถเล่นซ่อนแอบ หนังสือมีรูปภาพประกอบ นิทาน การหัดใช้ดินสอขีดเขียน ต่อบล็อกไม้ สอนร้องเพลง การเล่นไปพร้อมกับเต้นตามจังหวะ เช่น แมงมุมขยุ้มหลังคา ปูไต่ จับปูดำ รถจักรยานสามล้อ กระบะทราย พลั่วตักทราย หม้อ จาน ชามพลาสติก ดินสอขีดเขียน การเล่นรวมกับเด็กอื่น เช่น โยนบอล
3. ช่วง 3-6 ปี สามารถถีบรถจักรยานสามล้อ เล่นกระบะทราย พลั่วตักทราย ต่อบล็อกไม้ หนังสือมีรูปภาพ ระบายสี นิทาน ดินสอขีดเขียน กรรไกรทื่อๆ บ้านตุ๊กตา หม้อ จาน ชามพลาสติก ภาพ jigsaw puzzle เกมกระดาน ร้องเพลงสั้นๆ เต้นตามจังหวะเพลง การเล่นรวมกับเด็กอื่น และเริ่มเรียนรู้กติกาในการเล่น เช่น โยนบอล เตะบอล ว่ายน้ำ ฯลฯ ควรส่งเสริมให้เด็กเริ่มมาหัดทำงานบ้านแบบเล่นไปทำไปทีละน้อย
4. ช่วง 6-12 ปี จะเป็นช่วงที่เน้นว่าการเล่นจะต้องมาร่วม กับความรับผิดชอบ เช่น เล่นในกติกา เล่นแล้วต้องเก็บให้เรียบร้อย ควรส่งเสริมการเล่นกลางแจ้งให้มาก เพราะที่ผ่านมาพบว่าพ่อแม่ส่งเสริมการออกกำลังกายน้อยทำให้สุขภาพของเด็ก ส่วนใหญ่ไม่แข็งแรงหรืออ้วน ของเล่นจะมีหลากหลาย เช่น วาดเขียนในสมุด เครื่องเขียน สีระบาย ภาพ jigsaw puzzle เกมกระดาน ของเล่นตุ๊กตา ของเล่นที่ต้องประกอบ เช่น หุ่นยนต์ เครื่องใช้ ขี่จักรยาน ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ฟังเพลง เล่นดนตรี เล่นกีฬาที่มีกติกา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล การผจญภัย ว่ายน้ำ หนังสือทุกรูปแบบ ให้ระวังการติดทีวีและติดเกมคอมพิวเตอร์
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก นิตยสารบันทึกคุณแม่
ของเล่นเด็กมีประโยชน์กับหนูจริงหรือ
Tags: ของเล่น , ของเล่นเด็ก , ของเล่นเสริมพัฒนาการ , ของเล่นบังคับวิทยู






































เว็บบอร์ด
ความคิดเห็น